บ้านกลางน้ำ 2 (พระราม 3)

วันนี้ขอแนะนำ ร้านอาหารดังๆ ซะหน่อย  ร้านนี้ได้รางวัล  Thailand’s Best Restaurants 2004 และ High Fives Best Seafood Restaurant 1999  ..อยู่แถวพระราม 3 นี่เองค่ะ   …ร้านนี้มี สองโซน  โซนแรกเป็นห้องแอร์ เหมาะสำหรับนั่งตอนกลางวัน   ส่่วนโซนที่สองอยู่ริมน้ำค่ะ บรรยากาศดีตอนเย็นๆหัวค่ำนั่งชิลล์ๆได้ค่ะ

ร้านนี้  อาหารแต่ละจานใหญ่ๆทั้งน้านนนค่ะ  มาเสริฟแล้วอย่าตกจาย

มาที่เมนูแรกกันเลยค่ะ

ต้มยำกุ้งน้ำข้น

ปลากะพงคั่วพริกไทยดำ

สลัดผลไม้กุ้งทอด

ฉู่ฉี่กุ้งแชบ๊วยใหญ่

ห่อหมกเนื้อปู  …เนื้อปูข้างในเยอะดีค่ะ

มาทานกันให้ได้นะคะ  …อย่าพลาดค่ะ

ที่อยู่ื  ตลาดจตุจักร พระราม 3, กรุงเทพมหานคร ยานนาวา

เว็บไซต์  http://www.baanklangnam.net/

 

ขอขอบคุณ    คุณ pook_sb  bloggang.com

Advertisements

Coconut Palm (แถววัดโพธิ์)

ร้าน Coconut Palm แปลเป็นไทย  ชื่อร้านมะพร้าว นี่เองค่ะ เป็นร้าน 2 คูหา มีชั้น 2 บรรยากาศน่านั่งชิลล์ๆ  ชาวต่างชาติมาทานบ่อย เพราะแถวนั้นมีแต่นักท่องเที่ยว

ร้านนี้มีเมนูนำของร้านคือ  ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย  ..แต่นอกจากนี้อาหารอย่างอื่นก็อร่อยนะคะ  เช่น ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ ไข่ดาวสามรส ข้าวคลุกกะปิ แกงเขียวหวานไก่ ลาบหมู ยำทะเล ยำหมูสามรส ผัดเผ็ดปลาดุก ขนมจีนซาวน้ำ

เอาภาพมาฝากให้น้ำลายไหลเล่นๆค่ะ

ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย…เส้นเล็กต้มยำค่ะ

ทานแห้งก็ อร่อย นะคะ

ขนมจีนชาวน้ำ

ข้าวคลุกกะปิ

ขนมเบื้องสุโขทัย

หมูเส้นทอด

เส้นทางไปค่ะ ..พอออกจากท่าเตียนมาแล้วจะเจอถนนหลักนะคะ
ให้ เลี้ยวขวาค่ะ (เหมือนกับเดินย้อนกลับไปทางท่าราชินีค่ะ) ตรงไปเรื่อยๆ พอเห็นรร.พาณิชยการตั้งตรงจิตรอยู่ทางซ้ายและป้ายโกดักอยู่ทางขวา ก็แน่ใจได้ว่าถึงร้าน coconut palm แล้วค่ะ….ร้านนี้ อยู่บนถนนมหาราช ตรงข้ามกับโรงเรียนตั้งตรงจิตรพณิชยการ ติดกับธนาคารไทยธนาคาร

เวลาทำการ

เปิด 11 โมง ถึง 6 โมงเย็น

ที่อยู่

394/3-5 ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

โทรศัพท์ 

02-622-2246 , 081-827-2394

 

ขอขอบคุณ  Anemone2526 bloggang.com , http://topicstock.pantip.com

The Garden Restaurant (อุดมสุข)

สวนอาหารชั้นที่ 6 (ดาดฟ้า) ของอาคาร The Executive Residence บริการอาหารไทยและอาหารยุโรป พร้อมเครื่องดื่มนานาชนิด ในบรรยากาศสวนสวย โรแมนติก

ใครผ่านไปแถวนั้น หรืออยู่แถวนั้น ..อย่าลืมแวะไปชิมกันนะคะ

ที่อยู่

57/145 อุดมสุข 18 สุขุมวิท 103 บางนา บางนา กรุงเทพมหานคร 10260

โทรศัพท์

084-660-1026 , 02-3617881-90

https://i2.wp.com/www.nalueng.com/uploadfile/thegarden/22uKM9qSat110135.jpg

ขอขอบคุณ

ทำไมมองฟ้าไม่เจอะดา bloggang.com

thegarden.nalueng.com

Anna & Charlie’s Cafe (หัวมุมแยกถนนนราธิวาสตัดกับถนนรัชดา)

วันนี้จะพาไปชิม กับร้านบรรยากาศดี๊ดี  เป็นอาหารไทยกับอาหารอิตาเลียนปนกัน   อร่อยแล้วก็ดูชิลล์ๆ ด้วยค่ะ

ร้าน Anna and Charlie’s cafeเปิด มาได้ประมาณ 3 ปีกว่า จากหุ้นส่วนประมาณ 5-6 คน ที่มีความสามารถหลายๆ แขนงมาช่วยกันบริหาร ได้รับการสืบทอดสูตรมาจาก Anna cafe’ ศาลาแดงมาก่อน รวมทั้งได้ทั้งบุคลากรและเชฟจากที่นั่นมา และต่อมาได้พัฒนาเป็นร้านอาหารด้วย และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Anna and Charlie’s cafe และได้รับความนิยมในเวลาต่อมา

Anna & Charlie's Cafe’ หัวมุมแยกถนนนราธิวาสตัดกับถนนรัชดา

Anna & Charlie's Cafe’ หัวมุมแยกถนนนราธิวาสตัดกับถนนรัชดา

ร้านนี้เค้าได้ใบรับรองว่าอร่อย จากสื่อต่างๆมากมาย

Anna & Charlie's Cafe’ หัวมุมแยกถนนนราธิวาสตัดกับถนนรัชดา

มาว่ากันต่อเลย  กับเมนูอาหาร  น่ากินๆๆ

พล่าปลาแซลมอน  ..โห มาจานแรกก็ไม่ธรรมดาเลยค่ะ

Anna & Charlie's Cafe’ หัวมุมแยกถนนนราธิวาสตัดกับถนนรัชดา

ปลาหมึกผัดไข่เค็ม  …

Anna & Charlie's Cafe’ หัวมุมแยกถนนนราธิวาสตัดกับถนนรัชดา

ปลาตาเดียวทอดกระเทียม

Anna & Charlie's Cafe’ หัวมุมแยกถนนนราธิวาสตัดกับถนนรัชดา

แกงเขียวหวานไก่โรตี

Anna & Charlie's Cafe’ หัวมุมแยกถนนนราธิวาสตัดกับถนนรัชดา

ขาหมูส้มตำ …เมนูแปลกดีไม๊ล่ะคะ

Anna & Charlie's Cafe’ หัวมุมแยกถนนนราธิวาสตัดกับถนนรัชดา

ทานกันอิ่มแล้ว   ก็ยังมีของหวานให้ทานด้วยนะคะ  ..เมนูเค้กอีกหลากหลายเลยค่ะ

Anna & Charlie's Cafe’ หัวมุมแยกถนนนราธิวาสตัดกับถนนรัชดา

โอเปร่าเค้กค่ะ ..ยั่วน้ำลายดีไม๊คะ

Anna & Charlie's Cafe’ หัวมุมแยกถนนนราธิวาสตัดกับถนนรัชดา

ที่ตั้ง  

177 ถนนนราธิวาส ช่องนนทรี ยานนาวา กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์    

02-678-0092

สถานที่จอดรถ    

ประมาณ 100 คัน หลังร้าน

วันเวลาเปิด-ปิด       

ทุกวัน  11.00-23.00 น.

เว็บไซต์                     http://www.annacharlie.net/home/

map

 

 

 

ขอขอบคุณ mthai.com

THE ANNA Restaurant & Art gallery (สีลม)

วันนี้ร้านอาหารที่นำมาฝากกัน  จะดูอบอวลด้วยศิลปะ  สักหน่อยนึงนะคะ

ร้านอาหารนี้   เป็นเรือนไม้สักโบราณสไตล์โคโลเนียลที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ของพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (โชติกเสถียร) และนำมาตกแต่งใหม่    โดยชั้นล่างเป็นร้านอาหาร   ส่วนบนชั้น 2 ถูกจัดให้เป็นส่วนของแกลเลอรี่ เพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะในประเภทต่าง ๆ โดยนำเอาผลงานศิลปะของศิลปินชาวไทยและชาวต่างชาติมาจัดแสดง …นอกจากนี้ร้านยังมีที่จอดรถได้สะดวกถึง 50 คัน

บริเวณโถงทางเดินด้านขวาจากประตูทางเข้า เป็นโต๊ะเก้าอี้ไม้สีเย็นตา พร้อมเบาะรองนั่งลายดอกไม้สวยเก๋ ตั้งอยู่ติดกับริมหน้าต่างซึ่งทำเป็นกระจกรอบ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้ ถัดเข้ามาโซนด้านในเป็นห้องรับประทานอาหารที่ตกแต่งสีเหลืองอ่อนหนึ่งห้อง และสีชมพูอีกหนึ่งห้อง ซึ่งตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์น่ารักๆ อย่างแจกันดอกไม้ ภาพวาด ที่ประดับประดาอยู่บนผนัง และให้ความเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการมากินกับครอบครัวใหญ่ หรือเพื่อนๆ กลุ่มใหญ่ค่ะ ที่ ดิ แอนนา เติมสีสันในแต่ละโซนให้ดูสดใสด้วยวอลเปเปอร์สีต่างๆ กันทั้ง ชมพู เหลือง ฟ้า มีลวดลายเป็นดอกไม้ อ่อนช้อย สวยงามบนกำแพง นอกจากนี้ยังขับกล่อมลูกค้าด้วยการเปิดเพลงในยุค 60’s – 70’s ให้ฟังเพลินกันอีกด้วย

ฮ่าาาา…ทีนี้ก็มาพูดกันเรื่องอาหารดีกว่า  ที่ ดิ แอนนา มีอาหารสไตล์ฟิวชั่นให้เลือกอร่อยกันกว่า 70 เมนู และทุกๆ สองอาทิตย์ทางร้านจะจัดเมนูสุดพิเศษมาเสิร์ฟ เพียงวันละ 20 จานเท่านั้น! ที่สำคัญผู้บริหารร้านอย่าง คุณวิชิต ชาญอนุเดช หรือที่รู้จักกันดีในนามของ “เชฟชาลี” ยังชอบทำเซอร์ไพรส์นำเค้กมาให้รับประทานฟรีๆ อีกด้วย…ว๊าววว

รองท้องกันที่จานแรก The Anna salad สลัดหน้าตา เก๋ ที่เสิร์ฟในชามใบโต พร้อมผักร็อกเก็ต ไข่ต้ม แฮม กุ้งตัวอวบๆ และเนื้อไก่ฉีกเป็นชิ้นๆ ราดด้วยน้ำสลัดสูตรเด็ดของทางร้าน ที่รสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ อร่อยกำลังดี โรยหน้าด้วยไข่กุ้ง คนรักสุขภาพ ไม่ควรพลาดเมนูนี้

อร่อยกันต่อด้วย เมนูแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครอย่าง ขาหมูผัดกระเพราชายรอง ขาหมูพะโล้ หั่นชิ้นใหญ่จุใจ ทั้งเนื้อและหนังปนกัน ผัดกับใบกระเพราหอมกรุ่น ใส่ถั่วฝักยาว และเพิ่มรสชาติด้วยพริกชี้ฟ้า โรยหน้าอีกทีด้วยใบกะเพราะทอดกรอบ กินคู่กับสวยร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใครเชียว ส่วนสาวๆ ที่ไม่ชอบทานหนัง ก็สามารถสั่งแต่เนื้อได้ตามใจชอบเลยค่ะ…

หันมาที่เมนูเส้นกันบ้าง ก๋วยเตี๋ยวปีนัง  ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ผัดใส่กุนเชียงเนื้อหมูล้วนๆ ไม่มีความมัน ความเลี่ยนมากวนใจ กุ้งตัวโต หอยเเครง ลูกชิ้นปลา และถั่วงอก เสริ์ฟพร้อมซอสพริก จานนี้หน้าตาคล้ายๆ ผัดซีอิ๊ว ส่วนรสชาติเหมือนกินผัดซีอิ๊วปนกับหอยทอด…สำหรับจานนี้ขอแนะนำให้ชิมก่อน ราดซอสพริกค่ะ เพราะรสชาตินั้นอร่อยกลมกล่อมดีอยู่แล้ว แต่ถ้าใครชอบความเข้มข้นจี๊ดจ๊าดก็สามารถเติมซอสพริกได้ตามชอบเลยค่ะ

เมนูอร่อยจานถัดมา ฉูฉี่ปลาไร้ก้าง  ปลาดอลลี่เนื้อนุ่มนำไปทอดจนเหลือง จากนั้นก็คลุกเคล้ากับเครื่องแกงฉู่ฉี่ รสชาติกำลังพอดี ไม่เผ็ดมากจนเกินไป ราดด้วยน้ำกะทิ พร้อมตกแต่งด้วยพริกหยวกและใบมะกรูดซอย เมื่อกัดเข้าไปคำแรกจะรู้สึกได้ถึงความหอมกรุ่มของเครื่องแกง ส่วนเนื้อปลาดอลลี่ก็นู๊ม นุ่ม แทบจะไม่ต้องเคี้ยวกันเลยทีเดียวเชียว ส่วนรสชาติก็อร่อยกำลังพอดีเลยค่ะ

ที่ ดิ แอนนา ไม่เพียงแต่ทำอาหารคาวอร่อยเท่านั้น ของหวานของที่นี่ก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน อย่างเมนู A’mour Cake   เค้ก ช็อกโกแลตที่นำความอร่อยของช็อกโกแลตและวิปครีม มาผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยการราดสลับกันกว่า 20 ชั้น พร้อมแอบซ่อนความเปรี้ยวนิดๆ หอมกลิ่นไวน์หน่อยๆ ของลูกเบอร์รี่แช่ไวน์ที่ถูกแทรกไว้ตรงใจกลางของเค้ก รสชาติไม่หวานหรือเลี่ยนจนเกินไป

ของหวานจานต่อมา Strawberry Crepe Cake  เป็นการผสานความหอมอร่อยของเครปและเค้กรสวนิลาเข้าไว้ด้วยกัน โดยการราดสลับกันเป็นชั้น เสิร์ฟพร้อมวิปครีม ลูกสตรอเบอร์รี่สดหั่นครึ่ง และสตรอเบอร์รี่ซอส เวลาทานให้นำสตรอเบอร์รี่ซอสราดลงไปบนเนื้อเครปเค้ก ก็จะได้รสชาติที่ออกหวานนิด เปรี้ยวหน่อย จานนี้แนะนำให้ค่อยๆ ละเลียดกิน ซึมซับกลิ่นหอมวนิลาในปาก รับรองได้ว่า ถ้าใครได้ชิม เป็นต้องติดใจค่ะ

ที่ตั้ง : 27 ซอยพิพัฒน์ ถนนสาทรเหนือ สีลม บางรัก กรุงเทพ 10500
เว็บไซต์ : www.theannarestaurant.com
โทร : 0-2237-2788-9
เปิดบริการ : 11.00 – 22.00 น. ทุกวัน

คลิกชมภาพต่อไป

ขอขอบคุณ  sanook.com