หัวปลาช่องนนทรี (พระราม3)

วันนี้อากาศเย็นสบาย  ฝนตกๆหยุดๆทั้งวันเลย  เช้า บ่าย เย็น ค่ำก็ยังตก….. มาเข้าเรื่องอาหารกันดีก่า  ขอเสนอเมนูซีฟู้ด  …ใครทำงานแถวพระราม 3 คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี  ..แต่ถ้าคนแถวอื่น  คงจะยังมั๊งคะ  ..ก็เลยขอนำมาฝากกันค่ะ

จุดกำเนิดของร้านหัวปลาช่องนนทรีที่เป็นที่รู้จักกันในปัจจุบันนี้ต้อง ย้อนกลับไปในวันทิ่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2526 จากการเริ่มเปิดเป็นเพิงร้านขายหัวปลาหม้อไฟ กับอาหารตามสั่งเล็กๆ ริมถนนพระราม 3 โดยมีคุณ กฤช และคุณแป๋ว ลิมป์รัตนกาญจน์ สองสามีภรรยาเป็นผู้ก่อตั้งและดูแล หลังจากนั้นไม่นานก็เป็นที่รู้จักกันอย่าง แพร่หลายของบุคคลที่สัญจรไปมาซึ่งขึ้นชื่อถึงความอร่อยในรสชาติอาหาร

จุดหักเหจากร้านอาหารเล็กๆจนกลายมาเป็นร้านหัวปลาช่องนนทรีในปัจจุบัน นี้เกิดจากการพัฒนาร้านโดยคุณกฤช และคุณแป๋ว ลิมป์รัตนกาญจน์ โดยการเริ่มก่อตั้งร้าน ขึ้นมาใหม่ในวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 ซึ่งได้มีการสร้างร้านให้มีความมั่นคงและจัดรูปแบบเมนูอาหารให้มีความหลาก หลายมากยิ่งขึ้น และได้ตั้งชื่อร้านว่า “ร้านหัวปลาช่องนนทรี” จากนั้นได้ขยายกิจการมากยิ่งขึ้นและได้เพิ่มสาขาเรื่อยมา ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งสิ้น 6 สาขา

เอาล่ะค่ะ   มาถึงเมนูอาหารอร่อยๆกันบ้างดีกว่า

ปลากะพงนึ่งมะนาวค่ะ   ..อร่อยค่ะ ร้อนๆไม่คาว

เมนูที่ขาดไม่ได้  นี่ค่ะ..ปูทะเลนึ่ง

กุ้งเผา …กับน้ำจิ้มซีฟู้ดแซบๆ

อ่อส่วน …หอยนางรมนี่เองค่ะ

และเมนูนี้ใครๆก็ชอบสั่ง ..ปูทะเลผัดผงกะหรี่

เมนูสุดท้ายที่จะแนะแนว …หอยหวานเผา ….แต่ในร้านเค้ายังมีให้ทานอีกเยอะค่ะ

ใครน้ำลายไหลแล้ว ก็เชิญมาที่ร้านได้เลยค่ะ ..แหม ว่าแล้วดิฉันเองยังอยากไปทานเลยค่ะ ไม่ได้ไปเป็นปีแล้ว คิดถึงๆ

ที่ตั้ง

สาขาพระราม 3                     02-294-4960

สาขาศรีนครินทร์                   02-383-4423

สาขาบางนา-ตราด กม. 8     02-316-9619

สาขาจรัญสนิทวงศ์               02-880-0107

สาขาพุทธมณฑล  สาย 2    02-887-2740

สาขารามอินทรา กม.13      02-383-4423

ขอขอบคุณ    huaplachongnonsea.com

ลูกชิ้นศรีย่าน – ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวน้ำใส – (ศรีย่าน)

วันนี้วันพักผ่อนสบายๆ ขออัพร้านอร่อยๆ เป็นว่าเล่นหน่อยนึงนะคะ

ร้านนี้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวน้ำใสค่ะ   มีถ้วยน้ำจิ้มให้ปรุงสำหรับจิ้มลูกชิ้นกับเนื้อเองได้ค่ะ  แนะนำให้ทาน    เส้นหมี่ชิ้นสดน้ำ   อร่อยมากค่ะ   ตามด้วย   ….ชามที่สอง     เส้นหมี่ชิ้นสดแห้งค่ะ  แห้งจะอร่อยไม่เหมือนใคร   เพราะเค้าใส่ซีอิ๊วดำด้วยค่ะ  …แล้วขอบอกค่ะ  เนื้อวัวอร่อยมาก  นุ๊มนุ่ม

อันนี้น้ำจิ้มลูกชิ้น ปรุงเองค่ะ  ชอบใส่พริกน้ำส้ม  กับพริกป่น  ละก้อน้ำปลาค่ะ   …พริกน้ำส้มร้านนี้น่ากินค่ะ    เป็นสีเขียวไม่ค่อยเหมือนที่อื่น  เพราะที่อื่นมักจะเป็นสีส้ม

 

เวลาเปิดบริการ

ประมาณ 7 โมงเช้าถึงสี่โมงครึ่ง
หยุดทุกวันพุธสุดท้ายของเดือน

ที่ตั้ง

151/1 ตลาดศรีย่าน ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ

โทรศัพท์

02-2433537

ขอขอบคุณ  siryui.multiply.com  & คุณ swin  bloggang.com

T&K Sea Food – ต๋อย & คิด ซีฟู้ด (เยาวราช)

วันนี้ถ้าใครไม่อยากไปกินไกล ก็ไปร้านซีฟู้ดใจกลางเมืองกรุงเทพกัน ที่ๆว่านี่ก็คือเยาวราชนั่นเอง   ..มาเยาวราชต้องมาร้านนี้ สังเกตง่ายๆพนักงานเสิร์ฟใส่เสื้อสีเขียว อยู่ปากซอยเท็กซัส … ชื่อร้านมาจากชื่อของพี่ต๋อยเจ้าของกับพี่คิดน้องชาย ทั้งคู่จะผลัดกันมาดูแลร้านคนละสัปดาห์ เมนูที่ไม่ควรพลาดคือ  เมนูซีฟู้ดเผาทั้งหลายเพราะเค้าคัดมาสดๆทั้งนั้น ระดับความเก๋า 20 ปี

[ 028] เที่ยวงานหนังสือ กิน Sea Food ที่เยาวราช

[ 028] เที่ยวงานหนังสือ กิน Sea Food ที่เยาวราช

นี่ปูผัดพริกไทยดำ  ค่าาาาา

[ 028] เที่ยวงานหนังสือ กิน Sea Food ที่เยาวราช

อันนี้  ปลาหมึกย่าง  ไม่แห้งเกินไป พอดีกิน

[ 028] เที่ยวงานหนังสือ กิน Sea Food ที่เยาวราช

ปลากระพงทอดน้ำปลา   อร่อยเหาะ

[ 028] เที่ยวงานหนังสือ กิน Sea Food ที่เยาวราช

กุ้งทอดกระเทียม  …หอมและกรอบ

[ 028] เที่ยวงานหนังสือ กิน Sea Food ที่เยาวราช

 

เป็นไงคะร้านนี้  ใช้ได้ไม๊คะ…อาหารอร่อย ราคาก็ม่ะแพงเท่าไหร่

แต่ร้านนี้มีข้อเสีย คือ
บรรยากาศธรรมดาอ่ะ แถมค่อนข้างวุ่นวายไปนิด
เพราะระหว่างกินไป ก็จะมีลูกค้าต่างชาติ ไม่ว่า จีน ญี่ปุ่น แขก
ผลัดเปลี่ยนกันเข้าๆ ออกๆ เสียงดังวุ่นวาย

แต่ถ้าใครสนใจความอร่อย  ไม่สนใจความวุ่นวายก็มาเรยค่าาาาา   เพราะเค้าขายดีไงคะ

 

ที่ตั้ง
ปากซอยเท็กซัส สุกี้ หัวมุมถนนผดุงด้าว

เวลาบริการ

ทุกวัน 16.30-02.00 น.

โทรศัพท์
0-2223-4519 , เบอร์พี่ต๋อย 0-8150-7555-5 , เบอร์พี่คิด 0-8150-8999

 

 

ขอขอบคุณ   thaiworthreading.blogspot.com  &  คุณหมูอ้วนจ้ำม่ำ  bloggang.com

อีสานรสเด็ด (ซอยรางน้ำ)

วันนี้วันอาืทิตย์  อากาศดีฝนไม่ตก  ชิลล์สบายๆ กับ อาหารอีสานค่ะ  ..ขอแนะนำร้านอีสานรสเด็ด  ..ร้านนี้เค้าเด็ดจริงค่ะ

ทั้งส้มตำปูปลาร้า, ส้มตำกุ้งสด, ต้มแซบกระดูกหมู, หมูแดดเดียว,  คอหมูย่าง, ไก่ย่าง, แกงอ่อม, ยำปลาดุกฟู  และอื่นๆ อีกมากมายค่ะ

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

แล้วอย่าลืมแวะไปชิมกันนะคะ

เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 11.00 – 24.00
ที่ตั้ง : ตรงข้าม King Power ซอยรางน้ำ กรุงเทพฯ, กรุงเทพมหานคร พญาไท Thailand

Photobucket

ขอขอบคุณ คุณทนายอ้วน bloggang.com

Sirocco (State Tower)

Sirocco ซีรอคโค  …อาหารเมดิเตอร์เรเนียนใต้แสงดาว

เป็นห้องอาหารที่สวยและสูงที่สุดในเอเชีย ติดอันดับสุดยอดร้านอาหารในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นที่ 63 ของเดอะโดม แอท เลอบัว เป็นห้องอาหารกลางแจ้งที่สุดแสนโรแมนติกที่โอบล้อมด้วยบรรยากาศอันงดงาม ทั้งท้องฟ้า ดวงดาว สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันสวยงามพร้อมชื่นชมแสงสียามค่ำคืน ของกรุงเทพฯ และทัศนียภาพของแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ลดเลี้ยวเป็นสายยาว พร้อม
รับประทานอาหารมื้อค่ำสุดพิเศษด้วยอาหารเมดิเตอร์เรเนียนหลากหลายชนิด พร้อมกับการบรรเลงดนตรีแจ๊สอันแสนจะไพเราะสุดคลาสสิค จากนักร้องชื่อดังได้ทุกค่ำคืน

บาร์เปลี่ยนสีได้ …โรแมนติกไม๊ล่าาาคะ

มาถึง  อาหารกันบ้าง  น่ากินทั้งนั้นเลยค่ะ

Dutch Veal Medallion Topped with Spinach Ricotta Ravioli

Alaskan King Crab Cakes and Calamari on Mesclun GreensBlack Pepper Crab

Char-grilled Marinated Rack of Lamb with a Crisp Rillette

 
การเดินทาง :จากถนนสีลม ขับตรงไปทางโรงพยาบาลเลิศสิน บริเวณหัวมุมถนนสีลมตัดถนนเจริญกรุงแยกบางรัก จะเห็นอาคารสเตททาวเวอร์ ร้านอาหารซีร็อคโค อยู่ชั้น 63 ดาดฟ้าสูงสุดของอาคารสเตททาวเวอร์

ที่อยู่: ชั้น 63 สเตททาวเวอร์ ถ.สีลม บางรัก กรุงเทพฯ

โทร : 0 2624 9555

ขอขอบคุณ   เมืองไทย.com

After You Dessert Cafe (ทองหล่อ13 & La villa)

ที่นี่เป็นร้านเบเกอรี่เก๋ๆ ซึ่งริเริ่มโดย คุณเม กุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ สาวสมัยใหม่ผู้หลงใหลและมีฝีมือในการทำขนม ทั้งยังเป็นเจ้าของสูตรความอร่อย May Made หนังสือรวมสูตรขนมหวานกับไอเดียน่ารักๆ

จากความสำเร็จของร้านแรกภายในซอยทองหล่อ13 ที่ได้รับการต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง บัดนี้เค้าได้ขยายบริการความอร่อยเพิ่มที่ La Villaบนถนนพหลโยธิน     โดยบรรยากาศร้านยังคงกลิ่นอายความเป็นคาเฟ่ญี่ปุ่นน่ารักๆ ใช้โครงสร้างและเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนสีอบอุ่น ตรงเคาน์เตอร์โชว์รูปเมนูขนมน่าทานไว้ ข้างๆ กันเป็นตู้โชว์อวดโฉมหน้าของกองทัพเบเกอรี่และคัพเค้ก

ก่อนจะทานขนมอร่อยๆ ขอแนะนำ ชาทไวนิงส์เรียกความสดชื่นกันหน่อยค่ะ  Twinings Darjeeling Tea ชา สีทองสว่างที่มีรสคล้ายองุ่นมัสคาเทล ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ ดาร์จีลิง ชาจากเนินเขาหิมาลัย เหมาะสำหรับการดื่มด่ำกับชายามบ่ายเป็นอย่างยิ่ง

อาฮ่าาาา  ต่อไปก็เป็นขนม  Shibuya Honey Toast ขนมปังสไตล์ญี่ปุ่นชิ้นโต อบเนยกรอบนอกนุ่มใน ทานกับไอศครีมวานิลา และน้ำผึ้งแท้หอมหวาน ตามด้วย Chocolate Lava  เค้กช็อกโกแลต สอดไส้ซอสช็อกโกแลตเข้มข้น ตัดกับรสเปรี้ยวอมหวานของสตรอเบอร์รี่สดและไอศครีมวานิลลา

อร่อยกันต่อกับ White Strawberry Trifles  เนื้อเค้กชิฟฟอนเบานุ่มกับครีมไวท์ช็อกโกแลต โรยหน้าสตรอเบอร์รี่สด ทานคู่กับซอสสตอเบอร์รี่รสเปรี้ยวหวาน และสุดท้าย Figgy Pudding  พุดดิ้งเค้กจากผลไม้ตระกูลมะเดื่อเนื้อแน่นหนึบ ท้อปปิ้งด้วยไอศครีมวานิลลา ราดซอสคาราเมลอุ่นๆ กลิ่นหอมยวนใจ

เมนูยังมีอีกเยอะแยะค่ะ

ถ้าใครอยากจะตามรอยมาอร่อยกัน ได้ทั้ง 2 สาขานะคะ ทั้งที่ J Avenue ซอยทองหล่อ 13 และที่ชั้น 2 La Villa ถนนพหลโยธิน (ติดรถไฟฟ้า BTS อารีย์)

ที่ตั้ง:

   สาขา J Avenue ซอยทองหล่อ 13 ถนนสุขุมวิท วัฒนา กรุงเทพฯ

   สาขา La Villa (ติด BTS อารีย์) ถ.พหลโยธิน

โทร : 0-2613-0597

ขอขอบคุณ  sanook.com

THE ANNA Restaurant & Art gallery (สีลม)

วันนี้ร้านอาหารที่นำมาฝากกัน  จะดูอบอวลด้วยศิลปะ  สักหน่อยนึงนะคะ

ร้านอาหารนี้   เป็นเรือนไม้สักโบราณสไตล์โคโลเนียลที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ของพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (โชติกเสถียร) และนำมาตกแต่งใหม่    โดยชั้นล่างเป็นร้านอาหาร   ส่วนบนชั้น 2 ถูกจัดให้เป็นส่วนของแกลเลอรี่ เพื่อจัดแสดงผลงานศิลปะในประเภทต่าง ๆ โดยนำเอาผลงานศิลปะของศิลปินชาวไทยและชาวต่างชาติมาจัดแสดง …นอกจากนี้ร้านยังมีที่จอดรถได้สะดวกถึง 50 คัน

บริเวณโถงทางเดินด้านขวาจากประตูทางเข้า เป็นโต๊ะเก้าอี้ไม้สีเย็นตา พร้อมเบาะรองนั่งลายดอกไม้สวยเก๋ ตั้งอยู่ติดกับริมหน้าต่างซึ่งทำเป็นกระจกรอบ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้ ถัดเข้ามาโซนด้านในเป็นห้องรับประทานอาหารที่ตกแต่งสีเหลืองอ่อนหนึ่งห้อง และสีชมพูอีกหนึ่งห้อง ซึ่งตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์น่ารักๆ อย่างแจกันดอกไม้ ภาพวาด ที่ประดับประดาอยู่บนผนัง และให้ความเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการมากินกับครอบครัวใหญ่ หรือเพื่อนๆ กลุ่มใหญ่ค่ะ ที่ ดิ แอนนา เติมสีสันในแต่ละโซนให้ดูสดใสด้วยวอลเปเปอร์สีต่างๆ กันทั้ง ชมพู เหลือง ฟ้า มีลวดลายเป็นดอกไม้ อ่อนช้อย สวยงามบนกำแพง นอกจากนี้ยังขับกล่อมลูกค้าด้วยการเปิดเพลงในยุค 60’s – 70’s ให้ฟังเพลินกันอีกด้วย

ฮ่าาาา…ทีนี้ก็มาพูดกันเรื่องอาหารดีกว่า  ที่ ดิ แอนนา มีอาหารสไตล์ฟิวชั่นให้เลือกอร่อยกันกว่า 70 เมนู และทุกๆ สองอาทิตย์ทางร้านจะจัดเมนูสุดพิเศษมาเสิร์ฟ เพียงวันละ 20 จานเท่านั้น! ที่สำคัญผู้บริหารร้านอย่าง คุณวิชิต ชาญอนุเดช หรือที่รู้จักกันดีในนามของ “เชฟชาลี” ยังชอบทำเซอร์ไพรส์นำเค้กมาให้รับประทานฟรีๆ อีกด้วย…ว๊าววว

รองท้องกันที่จานแรก The Anna salad สลัดหน้าตา เก๋ ที่เสิร์ฟในชามใบโต พร้อมผักร็อกเก็ต ไข่ต้ม แฮม กุ้งตัวอวบๆ และเนื้อไก่ฉีกเป็นชิ้นๆ ราดด้วยน้ำสลัดสูตรเด็ดของทางร้าน ที่รสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ อร่อยกำลังดี โรยหน้าด้วยไข่กุ้ง คนรักสุขภาพ ไม่ควรพลาดเมนูนี้

อร่อยกันต่อด้วย เมนูแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครอย่าง ขาหมูผัดกระเพราชายรอง ขาหมูพะโล้ หั่นชิ้นใหญ่จุใจ ทั้งเนื้อและหนังปนกัน ผัดกับใบกระเพราหอมกรุ่น ใส่ถั่วฝักยาว และเพิ่มรสชาติด้วยพริกชี้ฟ้า โรยหน้าอีกทีด้วยใบกะเพราะทอดกรอบ กินคู่กับสวยร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใครเชียว ส่วนสาวๆ ที่ไม่ชอบทานหนัง ก็สามารถสั่งแต่เนื้อได้ตามใจชอบเลยค่ะ…

หันมาที่เมนูเส้นกันบ้าง ก๋วยเตี๋ยวปีนัง  ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ผัดใส่กุนเชียงเนื้อหมูล้วนๆ ไม่มีความมัน ความเลี่ยนมากวนใจ กุ้งตัวโต หอยเเครง ลูกชิ้นปลา และถั่วงอก เสริ์ฟพร้อมซอสพริก จานนี้หน้าตาคล้ายๆ ผัดซีอิ๊ว ส่วนรสชาติเหมือนกินผัดซีอิ๊วปนกับหอยทอด…สำหรับจานนี้ขอแนะนำให้ชิมก่อน ราดซอสพริกค่ะ เพราะรสชาตินั้นอร่อยกลมกล่อมดีอยู่แล้ว แต่ถ้าใครชอบความเข้มข้นจี๊ดจ๊าดก็สามารถเติมซอสพริกได้ตามชอบเลยค่ะ

เมนูอร่อยจานถัดมา ฉูฉี่ปลาไร้ก้าง  ปลาดอลลี่เนื้อนุ่มนำไปทอดจนเหลือง จากนั้นก็คลุกเคล้ากับเครื่องแกงฉู่ฉี่ รสชาติกำลังพอดี ไม่เผ็ดมากจนเกินไป ราดด้วยน้ำกะทิ พร้อมตกแต่งด้วยพริกหยวกและใบมะกรูดซอย เมื่อกัดเข้าไปคำแรกจะรู้สึกได้ถึงความหอมกรุ่มของเครื่องแกง ส่วนเนื้อปลาดอลลี่ก็นู๊ม นุ่ม แทบจะไม่ต้องเคี้ยวกันเลยทีเดียวเชียว ส่วนรสชาติก็อร่อยกำลังพอดีเลยค่ะ

ที่ ดิ แอนนา ไม่เพียงแต่ทำอาหารคาวอร่อยเท่านั้น ของหวานของที่นี่ก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน อย่างเมนู A’mour Cake   เค้ก ช็อกโกแลตที่นำความอร่อยของช็อกโกแลตและวิปครีม มาผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยการราดสลับกันกว่า 20 ชั้น พร้อมแอบซ่อนความเปรี้ยวนิดๆ หอมกลิ่นไวน์หน่อยๆ ของลูกเบอร์รี่แช่ไวน์ที่ถูกแทรกไว้ตรงใจกลางของเค้ก รสชาติไม่หวานหรือเลี่ยนจนเกินไป

ของหวานจานต่อมา Strawberry Crepe Cake  เป็นการผสานความหอมอร่อยของเครปและเค้กรสวนิลาเข้าไว้ด้วยกัน โดยการราดสลับกันเป็นชั้น เสิร์ฟพร้อมวิปครีม ลูกสตรอเบอร์รี่สดหั่นครึ่ง และสตรอเบอร์รี่ซอส เวลาทานให้นำสตรอเบอร์รี่ซอสราดลงไปบนเนื้อเครปเค้ก ก็จะได้รสชาติที่ออกหวานนิด เปรี้ยวหน่อย จานนี้แนะนำให้ค่อยๆ ละเลียดกิน ซึมซับกลิ่นหอมวนิลาในปาก รับรองได้ว่า ถ้าใครได้ชิม เป็นต้องติดใจค่ะ

ที่ตั้ง : 27 ซอยพิพัฒน์ ถนนสาทรเหนือ สีลม บางรัก กรุงเทพ 10500
เว็บไซต์ : www.theannarestaurant.com
โทร : 0-2237-2788-9
เปิดบริการ : 11.00 – 22.00 น. ทุกวัน

คลิกชมภาพต่อไป

ขอขอบคุณ  sanook.com